Pit's profilePETER!!!PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
March 19 ดวงดีเพราะข้างในดีมันก็นานมากแล้วนะที่ไม่ได้ตั้งใจเขียนบันทึก รู้สึกประหลาดๆอยู่เหมือนกันที่พิมพ์ภาษาไทย คงเพราะเคยชินกับการพิมพ์ภาษาจีนละมั้ง วันนี้มีเรื่องอยากเขียนเพราะว่าเมื่อวานไปดู slumdog millionaire มา
อืม ที่เมืองไทยวิจารย์หนังเรื่องนี้ว่าดีทีเดียว ก็เลยทำให้ฉันสนใจ จนกระทั่งตัดสินใจไปซื้อหนังสือQ&Aมาอ่าน เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหาของหนังดียิ่งขึ้น
ก่อนจะมาเป็นหนัง slumdog millionaire ผู้กำกับฯเอาโครงเรื่องมาจากนวนิยายชื่อ Q&A ของนักเขียนชาวอินเดียชื่อ Vikas Swarup บอกเล่าเรื่องราวชีวิตของเด็กหนุ่มอินเดียที่เติบโตมากับสภาพสลัมในเมืองบอมเบ เขาสู้ชีวิตอย่างไม่ต่างจากคนในสลัมคนอื่น ขอทาน บริกร ล่าม คนใช้ เด็กชงเหล้า ทำงานในโรงหลอมเหล็ก ในหนังสือบอกเล่าชีวิตที่กำพร้าของ ราม มูฮัมหมัด โทมัส เปรียบเทียบได้กับการเป็นตัวแทนของสวะสังคม ส่วนเกินของสังคมเมือง ไม่มีใครต้องการ ซึ่งตัวเขาเองก็ดูเหมือนไม่ต้องการให้ใครมาสนใจตัวเขาเช่นกัน
ราม มูฮัมหมัด โทมัส มีเพื่อนสนิทชื่อ ซาลิม (ไม่ใช่ ซาหลิม) ทั้งสองคนเป็นเพื่อนรักกัน และดูเหมือนจะมีแค่ซาลิมเท่านั้นที่ ราม มูฮัมหมัด โทมัส ห่วงใย จนกระทั้งเหตุการณ์ต่างๆนานา นำพาให้เขาพบเจอกับ นิตา ผู้หญิงที่ไร้ราคาในสายตาสังคมแห่งนครมุมไบ รามฯ หลับนอนกับเธอคืนหนึ่ง แต่มันเป็นคืนที่เขาได้พบกับความหมายของการมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร
ราม มูฮัมหมัด โทมัส เป็นตัวอย่างของการเอาตัวรอดในสังคมได้อย่างดี แต่นวนิยายก็จงใจใส่ค่านิยมความถูกต้องแบบพระเอกจ๋าเอาไว้ในตัวราม ซึ่งในภาพยนต์ slumdog millionaire ก็ยึดบุคลิกลักษณะนี้ของ รามฯไว้อย่างเหนียวแน่น
อย่างไรก็ตามราวกับว่าบุคลิกลักษณะของรามฯ ดูจะเป็นสิ่งเดียวที่ฉันเห็นจากหนังว่ามีส่วนเกี่ยวโยงกับนวนิยาย Q&A นอกนั้นแล้วแทบหาความเหมือนในโครงเรื่องของทั้งสองสื่อแทบไม่เจอ
อย่างไรก็ตาม ฉันไม่ได้จะบอกว่า หนังสือ หรือ ภาพยนตร์ อย่างใหนน่าสนใจกว่ากัน ฉันชอบภาพยนตร์เรื่องนี้ในส่วนของการตัดต่อที่เร้าใจ เพลงที่กระตุ้นความรู้สึก และนักแสดงที่มีเสน่ห์ดึงดูดผู้ชม ส่วนนวนิยายนั้นก็ไม่ต้องพูดถึง มีความสัมบูรณ์ในตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะตรรกะความเป็นเหตุเป็นผล หรือว่าโชคชะตาที่นำพาให้รามฯได้เข้าร่วมรายการเกมส์เศรษฐีของอินเดีย
เป็นนวนิยายอีกเรื่องหนึ่งที่ฉันอ่านจากฉบับภาษาจีนแล้วรู้สึกสนุกไม่แพ้อ่านนวนิยายไทย ฉันประทับใจในแก่นจองเรื่องที่ในภาษาไทยเอามาเป็นชื่อหนังว่า "คำตอบสุดท้าย อยู่ที่หัวใจ" ส่วนในภาษาจีนนั้นก็มีชื่ออีกแบบหนึ่งเหมือนกัน ซึ่งถ้าจะให้แปลตรงตัวก็น่าจะได้ว่า ดวงจะดีเกิดขึ้นเมื่อข้างในใจเราดี 好運發自内心
ไม่ต้องการเหตุผล และไม่ต้องการการตอบแทน สำหรับการจะรักใครสักคน เมื่อจิตใจเรียกร้องจงมองมันอย่างที่เป็นจริง แล้วจะพบว่าใครคนนั้นแท้จริงแล้วไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่อยู่ข้างในใจเราหรอก รักตัวเองซะบ้างก่อนที่จะไม่มีโอกาส
นี่คือสิ่งสุดท้ายที่ผมมีหลงเหลือ หลังจากการนั่งอ่านนิยายเรื่องนี้มาเป็นแรมเดือน กับการดูภาพยนต์สองชั่วโมง แต่สื่อถึงสิ่งเดียวกัน
ผมหลงรักสาวอินเดีย ซะแล้วสิ
นิตา อติกา |
|
|