Pit's profilePETER!!!PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    October 07

    taiwan diary

    你好老朋友,你還好嗎?
     
    好久沒有給你寫信,你還記得我吧。記得我來臺灣的第一個月,很想念一個人,她人在泰國。當時我不知道該怎麽釋懷自己對她的感情,因此就突然寫信給你,對,時間過得真快,已經一年多了。可是現在,我覺得自己心情又回到那段很難過的時間,很難過很累,真的。
     
    我知道喜歡一個人要有耐心等待,我也希望我自己能表現出,她對我如何重要。從那天集聚勇氣面對著她講“我喜歡你”,到現在差不多一個月了,但我覺得我們越來越變成陌生人,我們之間越來越有距離感,我很難過。那天跟她告白,心裏有準備會被拒絕,但是她也沒有說什麽,她只對我說“謝謝你告訴我,這是我和你的秘密”,對,那時候我很高興自己不被拒絕,但是到了現在,我很難過。我累了,我不想每天在上網等待她什麽時候會上綫,該怎麽樣跟她打招呼,希望可以約一起吃飯或者看電影。
     
    也許因爲我是個沒有耐心的人,你問我想不想放棄嗎?
     
    其實,我要謝謝她,因爲喜歡她,我才學到很多東西。感情很複雜的,不簡單,而不要自私。
     
    我還有希望,我會等到她轉頭回來看我,等到一個男生可以等自己情人的等待,然後我會自己離開。
     
    謝謝你聼我的胡説八道,也祝福你新年快樂。
     
    我回家會跟你聯絡
     
    康定
    October 06

    สิ่งที่ได้มา

    หวัดดีแก
     
    ฉันกลับมาไต้หวันได้เดือนนึงแล้ว ที่นี่ไม่มีอะไรเปลี่ยน แต่ฉันรู้สึกว่าตัวเองได้เปลี่ยนไปอย่างบอกไม่ถูก อาจคงเพราะโตขึ้น(แต่คิดว่าแก่ลงว่ะ) ได้ไปเห็นอะไรๆมากมายในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา แกคงรู้แล้วว่าฉันไปขึ้นดอยมาเดือนนึง เมื่อหันกลับไปมองมัน ฉันพบว่าตัวเองมีความสุขมากกว่าตอนนี้ แม้ว่าตอนอยู่บนดอยนั้น ฉันกลุ้มใจเรื่องคิดหัวข้อวิทยานิพนธ์ไม่ออกก็ตาม ไม่รู้สินะ บางเรื่องในตอนนั้นที่คิดว่ามันหนักอย่างขุนเขา แต่พอมองย้อนกลับไปกลับเบากว่าขนนกซะอีก จิตใจของคนเรายากจะเข้าใจมันจริงๆนะ
     
    ขึ้นเชียงราย-เชียงใหม่คราวนี้เป็นหนที่สามแล้วตั้งแต่เรียนจบที่เกษตร แต่เป็นหนแรกที่ฉันรู้สึกว่าได้มาเห็นเมืองเหนือในอีกแง่มุมหนึ่ง ในฐานะบ้านของชาวเขาและแหล่งรวมประเพณีวัฒนธรรมจีน ลาว พม่า มอญ ชนกลุ่มน้อย ในที่เดียวกัน คือฉันมาเป็นอาสาสมัครน่ะ ขึ้นไปอยู่ตามโรงเรียนจีนบนดอย ได้สัมผัสเสน่ห์เมืองเหนือแบบบ้านๆชนบทตลอดตะเข็บชายแดน ฉันเพิ่งรู้ว่าข้างบนนั้นมีคนพูดภาษาจีนได้เยอะมากๆ ถึงแม้จะไม่ใช่ภาษาจีนกลางแต่ก็พอจะฟังกันออก ฉันรู้สึกเหมือนกับมาอยู่อีกประเทศนึงเลยล่ะ กลับมาไต้หวันเพื่อนที่นี่ยังถามฉันเลยว่าอยู่เมืองไทยไปทำอะไรมาภาษาจีนถึงได้ดีขึ้น มันเป็นผลพลอยได้จริงๆว่ะ
     
    ฉันมากับองค์กรเอกชนไต้หวัน มาพัฒนาการศึกษาภาษาจีนของโรงเรียนบนดอย มีการส่งครูจากไต้หวันมาอยู่ที่นี่เพื่ออบรมครูท้องถิ่น เป็นงานที่ท้าทายและน่าสนใจมากๆเลยนะ แต่ฉันไม่มีความสามารถพอที่จะไปสอนภาษาจีนพวกเขาได้หรอก ถ้าสอนภาษาไทยล่ะก็สบายเลย ฉันไม่รู้ว่าตัวเองเหมาะกับงานสอนหนังสือหรือเปล่า แต่ฉันชอบที่ได้ออกมาทำงานเพื่อสังคม เพื่อบ้านเมืองของฉัน ก็ฉันเกิดจากที่นี่ ที่เมืองไทย ถึงจะเป็นลูกจีน แต่ฉันก็รักที่นี่มากๆ และรู้สึกว่าต้องทำอะไรเพื่อคนที่นี่
     
    ฉันคิดโครงการจะพาเด็กนักเรียนเอกจีนจากมหาลัยในกรุงเทพมาออกค่ายอาสาพัฒนาบนนี้ ฉันว่ามันต้องดีแน่ๆเด็กเอกจีนจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมจีนในเมืองไทยอีกบรรยากาศใหม่ๆ ที่แตกต่างไปจากเยาวราชบ้าง มาดูวิถีชีวิตของคนจีนบนดอยกับชาวเขาท้องถิ่น เข้าใจความหมายของการอยู่ร่วมกันโดยไม่มีความแตกต่าง โรงเรียนจีนที่ไม่เพียงแต่สอนลูกหลานคนจีน แต่สอนไปถึงลูกหลานม้ง อาข่า พม่า ไต คงเป็นบรรยากาศที่สวยงามมากในความคิดของฉัน เด็กบนดอยจะได้เรียนรู้จากเด็กในเมือง และต่างช่วยกันพัฒนาภาษาจีนไปพร้อมๆกัน แกว่าโครงการฉันดีใหมวะ
     
    อยู่บนนั้นฉันเหมือนได้อยู่กับตัวเองทั้งวัน ไม่ใช่ว่าจะสบายใจ แต่ไม่รู้สึกหนักใจ ฉันชอบอารมน์แบบนั้น
     
    กลับลงมากรุงเทพก็ได้เรื่องเลย ไม่นึกว่าต้องไปบุกยึดทำเนียบกับแม่ แต่ก็เป็นประสบการณ์ในชีวิต ถึงแม้ว่าจะสู้แม่เมื่อตอนสาวๆในเหตุการณ์เดือนตุลาไม่ได้ แต่ฉันก็ภูมิใจที่ได้ออกมาแสดงพลังว่ารักชาติ ให้สังคมได้รับรู้ว่าบ้านเมืองนี้ไม่ใช่มีแต่นักการเมืองที่โกงชาติ ประชาชนที่รักชาติก็สามารถแสดงพลังของตัวเองได้เหมือนกัน ฉันหวังว่าพวกเราจะรักกัน เหมือนที่ฉันรักเพื่อนๆบนดอย เพราะเราเกิดมาจากที่เดียวกัน บนผืนแผ่นดินที่เรียกว่าไทย ขอให้มองประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ
     
    ฉันเริ่มกลับมาพล่ามอีกแล้วใช่ใหมแก เอาเถอะน่า นานๆที ฉันไม่ค่อยได้เขียนบ่อยนักหรอก แกทนฉันหน่อยละกัน
     
    ด้วยความอุปการะจากคุณพ่อฉันก็เลยได้ตั๋วเครื่องบินไปกลับเชียงรายฟรี กลับมากรุงเทพก็ปั่นงาน อ่านหนังสือเตรียมหาหัวเรื่องวิทยานิพนธ์ ขณะเดียวกันฉันก็เริ่มสนใจแนวคิดเรื่องการปฏิรูปสื่อไทยมากขึ้น ฉันชอบคำว่าปฏิรูปนะ รู้สึกเหมือนกับว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่ต้องถูกกระทำให้เกิดขึ้น จากพวกเราทุกคน เราเป็นส่วนร่วมกันผลักดัน ถ้าสื่อดี เราก็จะมีสังคมแห่งการเรียนรู้และธรรมเนียมปฏิบัติที่ดี มีจารีตจรรยาบรรณ ลูกหลานของเราก็จะได้เรียนรู้จากสื่อที่ดี เป็นคนดีในอนาคต สื่อก็เปรียบเหมือนกับคุณครูได้นะ เป็นครูของสังคม ถ้าครูประพฤติตัวไม่ดี สังคมก็จะไม่นับถือ และถูกมองเป็นแค่คนสอนหนังสือที่ไม่มีค่า ในฐานะที่ฉันก็เรียนสื่อสารมวลชนมา ฉันก็อยากกลับไปพัฒนาปฏิรูปสื่อบ้านเรา นี่ฉันเขียนอะไรเพ้อฝันไปหรือเปล่าแก
     
    เอาเป็นว่ายังมีเรื่องยิ่งใหญ่อีกมากมายรอฉันอยู่หลังจากเรียนจบ แกก็เหมือนกัน เดินทางมาได้เศษหนึ่งส่วนสี่ของชีวิตแล้วนี่(หวังว่าจะใช้ชีวิตได้ถึงร้อยปีน่ะนะ) ฉันไม่เสียใจเลยกับสิ่งที่ผ่านมา เพราะฉันได้ค้นพบในสิ่งที่ตัวเองสนใจมากขึ้นแล้ว หลังจากที่ตลอดมาคอยแต่จะตัดสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบออกไป เรากำลังแข่งกันอยู่นะ ฉันกับแก เรามาดูกันซิว่าเมื่อวันนั้นมาถึง แกกับฉันจะมีเรื่องอะไรมาเม้าท์มากกว่ากัน ใครจะค้นพบในสิ่งที่ตัวเองเป็นก่อนกัน ได้มีชีวิตอย่างที่ใจต้องการ
     
    หวังว่าถึงวันนั้น ฉันคงยังไม่แก่จนจำแกไม่ได้ไปก่อนนะ ฮา
     
    พิดชี่    
     
    DSC04811DSC04843DSC05199DSC05317DSC05347DSC05190DSC05193DSC05219DSC05293DSC05297