More servicesWindows Live
HomeHotmailSpacesOneCare
 
MSN
Sign in
 
 
Spaces home  PETER!!!PhotosProfileFriendsMore Tools Explore the Spaces community
No list items have been added yet.
View space
Poonim
View space
VetColorRing
View space
tzsml
View space
*_*GiG*_*
View space
ke
View space
linn
View space
Kanjana
View space
kiko

PETER!!!

เมา...ห้ามอ้วก
June 14

คิดถึง อ.โก๋

หวัดดีแก ยังสบายดีใหม
 
วันนี้ฉันมีเรื่องอยากมาเล่าให้ฟัง คือเมื่อวานพี่คนนึงมาชวนไปจัดรายการวิทยุภาคภาษาไทยที่ไต้หวัน เราก็งงๆเพราะว่าตอนแรกบอกไปว่าจะขอแค่ฝึกงานไม่คิดว่าจะได้มาอัดรายการจริงๆตั้งหนึ่งชั่วโมง ฮ่าๆๆๆ
 
เออ มันสนุกดีนะ ได้รำรึกถึงสมัยหัดทำรายการวิทยุวิชา อ.โก๋
 
คือว่าที่ไต้หวันนี่มีสถานีวิทยุท้องถิ่นออกอากาศเฉพาะเขตไทเป ก็เหมือนบ้านเรามีวิทยุชุมชนไง
 
แล้วทีนี่เราก็มาจัดรายการเพลงเพื่อแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในไทเป ได้ฟังแก้เหงา ได้เวลาดีออกอากาศสี่ถึงห้าทุ่ม ฮา
 
ห้องอัดก็ออกโทรมๆหน่อย แล้วไม่ใช่รายการสด ใช้อัดลงมินิดิส ไปเปิดตอนสี่ทุ่ม
 
ทีนี่ตอนเริ่มอัดก็ต้องมีเพลงอินโทรใช่มะ โอ้โฮคิดถึงโก๋เลยๆ  "สวัสดีครับท่านผู้ฟังทุกท่าน....พบกันอีกแล้วนะครับกับรายการฮัลโลไทเป เอฟเอม....." แม่งลูกทุ่งดีจริงๆ อัดผิดก็ลบแล้วอัดใหม่(คิดถึงโก๋อีกเเระ) เปิดเพลงไป ปล่อยมุกใส่กันไป เนื้อหาไม่ค่อยมีอะไร ก็ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงได้อย่างสบายๆ
 
มานึกๆดู กรูก็เสียงหล่อใช่ย่อย อะเฮ้อๆ
 
แล้วจะเอามาให้ฟังวันหลังนะ
 
คิดถึงนะเว้ย
 
นายผิด
June 05

ความไม่แน่นอนของฉัน

หวัดดีแก ยังสบายดีอยู่ไหม

 

ช่วงนี้ที่ไทเปอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวก็ร้อนเดี๋ยวก็ฝนตกแล้วก็หนาววว อากาศมันไม่แน่นอนเหมือนกับจิตใจของฉันเลย

 

ช่างที่ผ่านมาฉันทำตัวเฉื่อยมากไปหน่อย รู้สึกว่าเนื้อหาการเรียนเทอมนี้มันยากกว่าเทอมที่แล้วมากมายนัก มีงานวิจัยให้อ่านแทบทุกวัน ฉันยอมรับว่ารู้สึกเบื่อและอยากกลับบ้านมาก ไม่มีจิตใจจะทำงานต่างๆให้ดี คิดเอาเองง่ายๆว่าเราเป็นเด็กต่างชาติ เขาคงไม่เข้มงวดกับเรามาก

 

ผิดถนัด ฉันโดนข้อหาไม่ยอมทำงานตามที่สั่งให้ครบ แถมยังโดนเข้าใจผิดว่าเรียนไม่ไหวคงต้องดรอปไปเรียนภาษาจีนเพิ่มเติม ทำเอาฉันเครียดไปเกือบเดือน กว่าจะคุยกับท่านอาจารย์ที่ปรึกษารู้เรื่อง ทำความเข้าใจในสิ่งผิดพลาดตั้งแต่ตอนเปิดเทอมที่ไม่ได้ไปคุยปัญหาอะไรให้แกฟังเลย สิ่งนี้ทำให้อาจารย์ที่ปรึกษาเราโกรธมากๆ เฮ้อ เหนื่อยใจ แต่ก็ผ่านไปเรียบร้อยแล้วล่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง ขอให้เราตั้งใจจริงและแสดงให้เขาเห็นว่าเรามาเรียนที่นี่เพื่อเรียนให้จบตามแผนกำหนด เราจะไม่เฉื่อยในการทำงานอีกแล้ว ท่านก็เข้าใจและไม่ต้องให้เราไปดรอป เย้ๆๆๆๆๆ

 

เรื่องความไม่แน่นอนในการเรียนผ่านไป เรื่องความรวนเรของหัวใจก็เข้าครอบงำ ทำให้ฉันหวั่นไหว วู้ๆ  ฮา

 

สำหรับฉัน กว่าจะชอบใครสักคนให้ถึงขั้นจีบได้นี่ไม่ง่ายนะ แต่ว่าเธอคนนั้นก็ทำให้ฉันอยากรู้จัก อยากพูดคุยด้วย เขาเป็นรุ่นพี่ที่คณะน่ะ น่ารักมากมาย หุ่นดี แล้วคงจะเก่งมากด้วย เราเคยคุยกันไม่บ่อยนักแต่ว่าก็สนิทกันได้เร็วทีเดียว ก็คิดเข้าข้างตัวเองว่าเธอคงจะมีใจให้ฉันบ้าง ไม่มากก็น้อย

 

แต่ว่าฉันก็รู้สึกเสียดายไม่อยากจะเสียความอิสระและเป็นส่วนตัวในชีวิตของฉันไป ฉันก็เลยไม่ได้ไปบอกเขาตรงๆว่าชอบ ก็ทำได้แค่ดูๆกันไป

 

สำหรับเดือนที่ผ่านมาเพื่อนๆร่วมรุ่นของฉันมีจัดงานเลี้ยงกันมากมาย เราไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกันที่จิวเฟิน เราร่วมแรงกันจัดงานเลี้ยงส่งที่มีความหมายให้รุ่นพี่ของเราที่จะจบในปีการศึกษาหน้า เราไปดิ้นกันในผับกลางเมืองไทเปเพื่อฉลองงานวันเกิดเพื่อนของเราอย่างเมามัน

 

ทั้งที่เพื่อนคนไทยที่ฉันเคยคุยด้วยมักจะพูดว่ามีปัญหากับการคบเพื่อนไต้หวัน มีความแปลกแยก แต่กับฉันแล้วแทบไม่เห็นความต่างกันเลยระหว่างเพื่อนที่นี่กับเพื่อนๆที่กรุงเทพ เรารักกันและช่วยเหลือกันมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ฉันมีปัญหากับอาจารย์ที่ปรึกษาใหม่ๆ พวกเขาให้กำลังใจฉันมาตลอด ซึ้งว่ะ

 

เดือนนี้ไม่ว่าจะยังไงก็จะกลับบ้านให้ได้ จะเคลียร์งานให้เสร็จเรียบร้อยภายในเดือนนี้ อยากกลับไปเล่าเรื่องราวดีๆที่ฉันเจอที่นี่ให้พวกแกได้ฟัง จะกลับไปไหว้พ่อไหว้แม่ ปู่ย่าตายาย ขอให้สุขภาพแข็งแรง อยู่ให้คำปรึกษาเราไปนานๆ จะกลับไปเพื่อดูว่าตัวได้เรียนรู้อะไรจากที่นี่ไปบ้าง การค้นหาตัวเองนั้นคงจะชัดเจนขึ้น

 

เล่าเรื่องราวของตัวเองมาซะเยอะเลย แล้วแกล่ะ ยังไหวอยู่ไหม สู้ไม่สู้ ถ้าท้อแท้เมื่อไรก็อย่าลืมฉันนะ เรายังต้องก้าวเดินต่อไป ฉันก็อยากจะเห็นทางนั้นของแกว่าได้ตัดหญ้าแผ้วถางทำทางเดินไปได้แล้วกี่มากน้อย นำมาเล่าสู่กันฟัง

 

เพื่อนกันไปตลอดกาล

 

พิชญ์ 

March 22

ที่เห็นและเป็นอยู่

หวัดดีแก
 
ยังสบายดีไหม การงานราบรื่นดีรึเปล่า กังวลอะไรอยู่ อยากทำอย่างนู้นอย่างนี้แต่ยังไม่มีโอกาสใช่ไหม หรือว่ายังตามหาสิ่งที่ชอบไม่เจอ
 
ชั้นอยากมีคำตอบให้กับคำถามเหล่านี้จัง
 
วันนี้เพิ่งไปส่งพ่อกับน้องชายกลับกรุงเทพ พวกเขามาเยี่ยมฉันที่ไต้หวันได้สี่ห้าวัน และขนเสื้อผ้าข้าวของจำเป็นสำหรับชีวิตประจำวันอีกนับไม่ถ้วน จนฉันแทบจะไม่ต้องซื้อของใช้เข้าห้องอีกแล้ว
 
ระหว่างทางกลับมาหอพัก ฉันมานั่งคิดๆถึง ชีวิตของคนๆนึง เติบโตขึ้นมา เลือกทางเดินชีวิตของตนเอง ไม่ว่าจะสมหวังหรือผิดหวัง สิ่งที่เป็นกำลังใจให้เสมอก็คือคนในครอบครัว ฉันเพิ่งมารู้สึกอย่างนี้ได้จริงๆก็เมื่อตอนส่งพ่อกับน้องชายที่สนามบิน
 
ความห่างไกล สานสร้างความห่วงใย และคืดถึงกัน และมันคือกำลังใจที่สำคัญสำหรับฉัน
 
ก็เหมือนกับการเขียนจดหมายติดต่อกัน การได้เล่าเรื่องราว หรือรับรู้เรื่องต่างๆจากคนในครอบครัว ทำให้เราผูกพันกันมากขึ้น
 
ฉันเองมีการบ้านค้างไว้พอสมควรสำหรับอาทิตย์นี้ เนื่องจากต้องพาครอบครัวออกไปเที่ยว แต่มันไม่สำคัญอะไรนัก
 
ระหว่างไปเที่ยว เราถ่ายรูปด้วยกันไม่เยอะนัก แต่มันก็มีความหมายทีเดียว
 
เมื่ออยู่ด้วยกัน เรามีทะเลาะกัน แต่มันก็เป็นความทรงจำที่ดี
 
เอ... ฉันจะจบจดหมายฉบับนี้ยังไงดีละ อยู่ๆก็นึกอะไรไม่ออกซะแล้ว
 
เอ้อ เป็นห่วงแกนะ อย่าลืมเล่าข่าวคราวถึงกันมั้ง
 
ฉันยังอยากมีเรื่องทะเลาะกับแกอยู่บ้างน่ะ
 
นายผิดชวนทะเลาะ
  
February 07

คืนข้ามปี

เมื่อคืนฝนตกอากาศหนาวมาก นั่งรถเมล์ไปกินข้าวกับพี่ปิงปองพี่เหมียวแล้วน้องหนุ่มที่ร้านอาหารไทยวาเลนไทน์พร้อมกับดูถ่ายทอดสดคัดบอลโลกญี่ปุ่น-ไทย ปรากฏว่าไปถึงโทรทัศน์รับสัญญาณไม่ได้ เลยต้องออกไปร้านของชำคนไทยใกล้ๆกันดูบอลแทน ถึงได้รู้ว่าคนไทยที่นี่มีเยอะมาก ย่านที่เราไปส่วนใหญ่จะเป็นคนใช้แรงงาน พอได้หยุดตรุษจีนก็มานั่งดื่มเบียร์ดูบอลกัน
 
บอลไทยครึ่งแรกเล่นดีมากๆ ยันเสมอหนึ่งหนึ่งไว้ได้ แต่มาเสียลูกตั้งแตะและแตะมุมเยอะในช่วงครึ่งหลังทำให้โดนทะลวงไปสี่ต่อหนึ่ง แต่นั้นไม่สำคัญเท่ากับความรู้สึกที่เรามีร่วมกันของคนไทยในต่างแดน บรรยากาศการเชียร์บอลไทยไม่ว่าจะที่ใหนก็สุดยอดทั้งนั้น ฉันจึงรู้สึกดีใจที่เมื่อวานเลือกมากับพี่ปอง แทนที่จะอยู่กินเลี้ยงกับรับซองแดงที่ทางมหาวิทยลัยจัดไว้สำหรับนักศึกษาที่ไม่ได้กลับบ้านไปฉลองตรุษจีน
 
พอดูบอลเสร็จก็กลับมาที่ร้านวาเลนไทน์กินข้าวผัดกระเพราะ ลาบหมูข้าวเหนียวและผัดซีอิ๊ว ซึ่งอร่อยมากๆ พี่หมวยเจ้าของร้านใจดีเลี้ยงผลไม้สตรอเบอรี่ ส้ม เชอรี่ องุ่นและขนม พร้อมเหล้าเรมี่สามขวดโต เรากินกันเก้าคน เมาและโวยวายกันอยู่สองคน
 
พี่วง(น่าจะเรียกน้าวงมากกว่า แต่เวลาเมาแกจะใช้สรรพนามเรียกตัวเองว่าพี่) เป็นคนไทยที่อยู่ไต้หวันมายี่สิบกว่าปีและแต่งงานกับคนไต้หวัน เป็นคนเฮฮาสนุกสนาน แกเล่าถึงชีวิตโรบิ้นฮูดของแกสมัยมาอยู่ใหม่ๆ เล่าเรื่องปัญหาการสื่อสารกับลูกๆที่พูดไทยไม่ได้ ทำให้พ่อที่อยากคุยกับลูกแต่ไม่สามารถสื่อสารอะไรที่ลึกซึ้งถึงกันได้ 
 
เจนเด็กหนุ่มจากโคราชมาผู้มีความคิดเป็นของตัวเอง เราคุยกันถึงเรื่องการให้ความรู้แกชาวอีสานเพื่อที่จะไม่ให้ถูกทักษิณหลอก เจนบอกว่าความจริงคนอีสานไม่ได้โง่ แต่ที่เลือกทักษิณเพราะเขาเห็นว่าคนๆนี้สามารถทำให้ชีวิตขอลเขาเปลี่ยนแปลงสบายขึ้น จากนั้นเราคุยกันถึงกันถึงเรื่องการเมือง สังคม รัฐประหารและเศรฐกิจพอเพียง
 
แกรู้ไหม บางทีฉันรู้สึกว่าเราอยู่กรุงเทพฯ เราอาศัยอยู่ในสถาพแวดล้อมที่เอื้อสำหรับการรับรู้ข่าวสาร เราคิดว่าตัวเราเองฉลาด แต่ความจริงเราไม่ได้ฉลาดกว่าคนอีสานเลย เราแค่รับรู้ข่าวสารมากกว่าเขาเท่านั้นเอง เมื่อคืนนี้คนอีสานคนหนึ่ง ทำให้ฉันสงสัยในทฤษฎีของในหลวง ว่ามันจะทำได้จริงๆหรือในสังคมไทย
ครอบครัวคนอีสานจนๆ จะสามารถมีพอเพียงกับตนเองได้จริงหรือ ในเมื่อ สภาพแวดล้อมของเขาไม่มีทางเอื้อให้ตัวเขาพัฒนาตัวเองได้เลย ไฟฟ้า น้ำประปา สายโทรศัพย์ต่อเน็ต การประชาสัมพันธ์ หนังสือพิมพ์ หรือการโฆษณาชวนเชื่อ
 
เราไม่เคยปลูกฝังแนวความคิดเกี่ยวกับความพอเพียงเลย แม้ว่าเราจะบอกตัวเองว่าเราเป็นชาวพุทธ เรารู้จักศีลห้า เรามีแนวทางการปฏิบัติเพื่อลดละกิเลส แต่ความรู้สึกอยากได้อยากมี ก็เกิดขึ้นในทุกระดับสังคมไม่ว่าจะเป็นกทม.หรือตจว. จะต่างกันก็เพียงที่กรุงเทพเรามองว่าการอยากมีรถ บ้าน เครื่องเสียง อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นเรื่องปกติที่ใครๆก็สามารถหาซื้อได้ไม่ยาก ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ใครคิดจะมี เนื่องจากเราอยู่ในสังคมแวดล้อมที่เอื้อให้ซื้อหาได้ง่าย    
 
แล้วหันมองมาที่คนชนบทห่างไกล เขาก็อยากมีเหมือนกับคนกรุงเทพฯมี สิ่งที่เขาอยากมีนั้นไม่ได้อยากมากเกินไปกว่าคนเมืองหลวงเลย แต่ว่าสภาพความเป็นอยู่ สังคม เศรษฐกิจ มันไม่เอื้อให้เขามีสิ่งเหล่านี้ได้ อยากจะมีรถมอเตอร์ไซด์ซึ่งก็จำเป็นในดินแดนห่างไกลความเจริญ อยากจะมีคอมพิวเตอร์ให้ลูกๆของเขาได้เข้าถึข่าวสาร อยากจะมีตู้เย็น โทรทัศน์ ดีวีดี เหมือนกับที่คนเมืองเขามี ฉันมานั่งคิดๆ เขาผิดเหรอที่เขาอยากมี?
 
แนวคิดความพอเพียงเป็นไปได้แค่ความคิดเพ้อฝันของนักวิชาการบนหอคอยงาช้างเท่านั้น มันมีทางทำให้เป็นจริงได้หรือ? ถ้าเขาพอเพียง แล้วลูกๆเขาล่ะ? ครอบครัวเขาล่ะ?
สิ่งเหล่านี้ที่ทำให้ชาวชนบทต้องออกท่ใช้แรงงานเพื่อหาเงินไปซื้อ "ของ" ที่พวกเราชาวเมืองซื้อหาได้ง่ายๆเป็นธรรมดา เขาต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อให้ได้วัตถุเหล่านั้นมา  ฉันมานั่งคิดๆ เขาผิดด้วยหรือที่เขาอยากมี? 
 
บางทีฉันก็รู้สึกผิดต่อพวกเขาอย่างมาก ด้วยเพราะฉันไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากเขาเลย เพียงแค่ฉันเกิดในเมืองหลวง ส่วนเขาเกิดนอกเมือง ฉันเกิดมามีพ่อแม่ให้ต้นทุนฉัน เขาเกิดมาพร้อมกับมีหนี้ติดตัว ทักษิณเข้าใจธรรมชาติของความอยากมีอยากได้ของคน เขาจึงใช้มันเป็นเครื่องมือชักจูงคนจนที่อยากมีให้ได้มีก็เท่านั้นเอง
 
มันน่าสลดที่สังคมที่เอื้ออารีย์อย่างสังคมไทย ถูกใช้เป็นเครื่องมือ
 
เมื่อก่อนฉันเคยออกค่ายไปกับคณะมนุษย์ ฉันรู้ว่าฉันไปเพื่อบำเพ็ญประโยชน์ แต่ฉันไม่เคยให้ความรู้ที่ยั่งยืนแก่พวกเขาเลย ฉันไปสร้างห้องสมุด โยนหนังสือให้พวกเขา ให้ขนมอาหารและเงินนิดหน่อยแล้วก็จากมา สุดท้ายพวกเขาก็ยังต้องพึ่งพาคนอืนอยู่ดี ทุกปียังมีเด็กหนุ่มสาวจากชนบทเข้ามาหางานในเมือง หรือค้าแรงงานผิดกฏหมาย ฉันมานั่งคิดๆ นี่เป็นความผิดของพวกเขาอย่างนั้นหรือ? 
 
แก....ฉันรู้สึกผิดมากมาก ผิดที่ฉันเป็นคนเมือง และจะรู้สึกผิดยิ่งกว่า หากเรียนมาซะขนาดนี้แต่ไม่มีความสามารถนำความรู้ไปพัฒนาประเทศได้
แก....ฉันไม่อยากกลับไปเป็นลูกจ้างบริษัทเอกชนอีกแล้ว ไม่อยากกลับไปมีชีวิตเพื่อตัวเองไปวันๆ เก็บเงินไว้ใช้จนวันตาย
 
จบเกมแล้วไทยต้องแพ้ญี่ปุ่นเสมอไปหรือ?
 
ฉันอยากกลับบ้านเร็วๆ
 
เพื่อนแก
 
พิชญ์
January 27

การมอง

เมื่อวานได้ไปดูงานศิลปะที่พิพิธพัณฑ์ไรสักแห่ง ดูแล้วก็นะไม่ค่อยเข้าใจ พยายามอยู่นานเพื่อจะจินตนาการว่าภาพแต่ละภาพเขียนมาเพื่อวัตถุประสงค์อะไร มีเหตุผลอะไร วาดมาเพื่อบอกอะไร ดูๆผ่านๆไปได้สักพักก็ปวดหัวตึบๆ ตาลาย ง่วง เมื่อย สารพัด ดูงานศิลปะนี่มันไม่หนุกเลยนะ
 
กลับมานั่งพัก หลับตา จินตนาการใหม่ ปล่อยความคิดไปเรื่อย ไม่ไปกั๊ก สงสัยหรือตั้งคำถามหาเหตุผล ลุกขึ้นมองภาพๆเดิมอีกที โอ้โหเจ๋งว่ะ แม่งคิดได้ไงวะ ลึกซึ้งๆ ทั้งที่จริงเราก็ไม่รู้หรอกว่าจิตกรคนนั้นเขาต้องการสื่ออะไร แต่เอาเป็นว่าเเถๆเข้าหาตัวเองก็ทำให้ดูรูปภาพต่างๆได้สนุกขึ้น
 
ตอนต้นเดือนอากาศหนาวมากๆ หนาวจนไม่อยากออกไปใหน แต่ก้อต้องตื่นไปเรียนหนังสือ ยังเหลือรายงานที่ต้องส่งภายในเดือนนี้สองชิ้น การบ้านส่วนตัวหนึ่งชิ้น สอบสถิติอีกหนึ่งวิชา คิดๆดูแล้วก็นะ ไม่น่าเชื่อว่าจะทำมันทั้งหมดออกมาได้โดยไม่เขียนภาษาอังกฤษและไทยเลยสักตัว
 
ปลายเดือนอากาศดีขึ้น มีลมแรง แต่มีความสุขเพราะสอบเสร็จแล้วรายงานก็ทำเสร็จแล้ว สถิติได้แค่ผ่านพอดีเลย เสียวไส้ คนไต้หวันเองยังมีสอบตกเลยอะ
 
ช่วงนี้การเมืองที่นี่เริ่มคึกคัก มีการหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี เพื่อนๆในห้องส่วนใหญ่ชอบนายหม่า อิง จิ่ว จากพรรคกก็กมินตั๋ง มากกว่านายเซี่ย ฉาง ถิง จากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า และเลือกตั้ง สส ที่ผ่านมาพรรคก็กมินตั๋งก็ได้สสเข้ามาในสภามากกว่า ถ้านายหม่าได้รับเลือกเขาก็จะมีอำนาจเด็ดขาดทั้งนิติบัญญัติและบริหาร การเมืองก็อาจจะมั่นคงแต่ปัญหาคอร์รัปชั่นจะตรวจสอบเพื่อเอาผิดจะยากขึ้น
 
คนที่นี่มองการเมืองสุดขั้วมากๆ ถ้าชอบข้างใหนก็จะเกลียดอีกฝ่ายไปเลย พวกเขาจะแทนสองพรรคใหญ่นี้ด้วย สีน้ำเงินกับสีเขียว ใช้เรียกแสดงสถานะว่าชอบสนับสนุนพรรคใหน ทุกวันจะมีข่าวพวกสีน้ำเงินไปโวยวายประท้วงเวลาพวกสีเขียวปราศรัย และข่าวก็รายงานอย่างสนุกปากเหมือนรายงานข่าวชาวบ้านๆ ดูแล้วก็รู้สึกว่า เหมือนกับว่าบ้านนี้เมืองนี้การเมืองเป็นเรื่องรองเอาแต่ชีวิตปากท้องตัวเองก่อน เครียดกับเรื่องเศรษฐกิจ หุ้น การลงทุนมาทั้งวัน ไม่อยากรับรู้ข่าวการเมืองหนักๆ อยากดูอะไรๆผ่อนคลายเสียมากกว่า ก็เลยทำให้การรายงานข่าวสไตล์ตลาดๆชาวบ้านๆได้รับความนิยม
 
เดือนหน้าจะมีการรณรงค์เลือกตั้ง สว คงได้ไปช่วยงานสถานฑูตไทยเขาแหละ นึกแล้วก็เจ๊บใจเลือกตั้ง สส ถ้ารู้ว่าเลือกมันแล้วจะไปอยู่กับพรรคแม้วนะ ไม่ตื่นไปลงคะแนนให้เมื่อยก็ดีหรอก เซ็งเลย
 
ฉับพลันชั้นก็กลับมาหยุดอยู่ที่ภาพเขียนภาพหนึ่ง อืม....สวยงดงามจริงๆ ทำไมโลกแห่งจินตนาการถึงได้น่าหลงใหลอย่างนี้นะ ไม่อยากกลับหอ ออกไปโลกข้างนอกเลย เดินดูอยู่ในนี้เรื่อยๆตลอดไปน่าจะดี นี่ถ้าเมืองไทยมีงานแสดงศิลปะบ่อยเหมือนไต้หวันก็คงดี ฉันคงมีเรื่องราวมากมายมาเล่าให้แกฟังทุกวัน ว่าวันนี้ไปเห็นภาพอะไร แล้วคิดถึงอะไร
 
เดินดูจนสามทุ่มจนเขาไล่ถึงได้กลับแหละแก ฮ่าๆๆ
 
คิดถึงมากเลยนะ
 
พิชญ์ 
December 28

แรงบันดาลใจ

แกหวัดดี สบายดีนะ
 
อืม.....ความบรรลัยกำลังย่างสามขุมเข้ามาหาฉัน รายงานยังไม่เสร็จ นี่ก้อจะสิ้นปีแล้วฉันคงไม่ได้กลับบ้าน คงอยู่เที่ยวที่นี่ ส่วนแกก็คงจะได้ไปเที่ยวในที่ๆแกอยากไปได้ซะทีนะ ขอให้เที่ยวสนุกก็แล้วกัน ไม่ต้องมาเที่ยวเผื่อเลย อิจฉา
 
เวลาผ่านไปเร็วจริง ฉันมาอยู่ที่นี่สี่เดือนแล้ว แปลกที่รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็ว ทั้งๆที่ตอนมาใหม่ๆ คิดถึงบ้านจะแย่ เวลาเปลี่ยน คนก็ก็เปลี่ยนแปลงไปจริงๆนะ นี่แกรู้อะไรมะ นับวันฉันชักจะชอบเมืองนี้มากขึ้นแล้วสิ ถึงแม้จะมีความรู้สึกแบ่งแยกอยู่บ้าง แต่ฉันไม่รู้สึกต่อต้านเหมือนเมื่อตอนเรียนอยู่แผ่นดินใหญ่ คงเพราะคนที่นี่ทำให้เราได้เห็นความเป็นจีนในอีกด้านนึงที่ไม่เลวร้ายเท่าจีนแดง ระบอบนี่ทำให้คนเปลี่ยนไปได้จริงๆวะ (เหอะๆแต่ฉันไม่อยากให้ระบอบแม๊วมันกลับมาเลย)
 
ทุกที่ๆพานพบทำให้ฉันรับรู้ความแตกต่าง และสอนให้ฉันค้นหาแล้วเห็นด้านดีของมัน เราไม่รู้หรอกว่าอะไรคือแรงบันดาลใจให้เราอยากมีวันพรุ่งนี้นอกจากความตาย แต่แกรู้ไหมฉันเพิ่งค้นพบแรงบัลดาลใจง่ายๆที่เอาไว้สร้างความหวังให้กับตนเอง ทำให้มองทุกสิ่งรอบด้าด้วยทัศนะคติที่ดี และทำให้สังคมเป็นสุข สิ่งที่ฉันเจอนั้นก็คือ การชมละครน้ำเน่า ฮ่าๆ 
 
ใครจะรู้บ้างว่าพล็อตเรื่องเดิมๆ อารมณ์เก่าๆ ดูจนกลางเรื่องก็เดาตอนจบได้ กลับให้ความหวัง ทำให้เราอยากดูทั้งๆที่ก็รู้ว่าตอนจบจะลงเอยอย่างไร แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เรามีกำลังใจอยากอยู่เพื่อดูตอนต่อไปไม่ใช่เหรอแก และเพราะแรงบันดาลใจน้ำเน่าเหล่านี้แหละ ที่ทำให้ฉันได้เห็นแง่ดีของชีวิต ความฝัน และความสุขเล็กๆที่ได้เกิดมา ฉันมีความสุขจริงๆนะ ยิ่งน้ำเน่ามาก ก็ยิ่งเห็นเงาจันทร์ชัดใสสวยงาม แต่อย่าเข้าไปใกล้นะ ยี้เหม็นติดตัวเลย  
 
จะสิ้นปีอีกแล้ว บ้านเรากำลังจะได้รัฐบาลใหม่แต่หน้าเก่า ความคิดเก่า เลวเหมือนเก่า แต่ก็ช่างเถอะ ชั้นได้ทำดีที่สุดแล้ว(อย่าให้ตูได้เป็น สส บ้างก็แล้วกัน) ก้อขออวยพรปีใหม่ให้ทุกๆคน คุณพ่อคุณแม่ น้องๆ เพื่อนๆพี่ๆ สัมถเวสี ทั้งหลาย จงเป็นสุขๆเถิด มีความสุขตามอัตภาพ อย่าโลภ มีเวลาก้อมาดูละครน้ำเน่าไทยบ้าง เทศบ้าง สร้างความหวังและแรงบัลดาลใจให้กับตัวเอง ให้เราสู้เพื่อมีวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า ทุกคนทำได้ ไม่มีคำว่าแพ้ หากยังมีลมหายใจอยู่ 
 
ถึงทางข้างหน้าจะลำบาก อุปสรรคจะมาก แต่ฉันจะไม่มองมันให้ทุกข์ใจอีกต่อไป เพราะมันก็คือละครน้ำเน่าที่ฉันมองเป็นพระจันทร์แจ่มใส แม้จะมองอยู่ไกลๆเพราะกลิ่นมันแรงก็ตาม (น้ำเน่าจริงๆ)
 
สวัสดีปีใหม่ครับ
 
นายผิด  
November 21

ความอดทน

หวัดดีแก
 
สบายดีหรือเปล่า
 
วันเสาร์ก็ลอยกระทงแล้วสิ แกมีใครไปเป็นเพื่อนลอยกระทงแล้วยัง ส่วนชั้นน่ะไม่มีร้อกและที่นี่ก็ไม่มีงานลอยกระทงด้วย ตอนอยู่เมืองไทยมีงานลอยกระทงก็ไม่ได้ไปเพราะต้องทำงาน มาอยู่ที่นี่พอมีเวลาไปได้ก็ไม่มีงานลอยกระทงให้ไป ซะงั้นอ่ะ 
 
ชั้นเพิ่งจะสอบวิชาสถิติเสร็จเมื่อวานนี้เองแก มันยากมากมายมหาศาล เกินกว่าสมองอันน้อยนิดของฉันจะเข้าใจมันได้ แต่ถึงต่อให้สมองใหญ่กว่านี้ชั้นก็ไม่อยากจะเข้าใจข้อสอบสักเท่าไร ก็แม่งให้คิดเลขแบบตรวจสอบความละเอียดอะ ไม่ได้วัดเลยว่าจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจ แต่แม่งวัดความอึดว่าใครจะอดทนนั้งคำนวณข้อมูลเป็นสิบๆค่า หาค่าแต่ละตัวมาเข้าสูตร แถมสูตรที่ให้มาก็ให้มาไม่หมด ไอ้สูตรง่ายๆมีก็ไม่ให้ แล้วบอกก่อนจะสอบว่าไม่ต้องท่องสูตรเพราะมีให้อยู่แล้ว ยังงี้มันแกล้งกันใช่ไหมวะ แย่ๆๆอ่ะ นึกว่าสอบวิธีวิจัยจบแล้วสถิติจะไม่ยาก ที่ใหนได้ถึงจะรู้สูตร เข้าใจวิธีการ แต่เจอข้อสอบเล่นตลกจนขำไม่ออกเลย ก็หมดวิชาสอบไป แต่ยังเหลือวิชาทำรายงาน ฮ่าๆๆ สู้ต่อไปพิดชี่
 
อากาศที่นี่หนาวขึ้นทุกวัน จากที่เคยนอนเหยียดแขนขา เปิดแอร์แก้ร้อน ก็ต้